อีซูซุ เผยโซลูชั่นส์สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

อีซูซุ เผยความคืบหน้าการดำเนินงานตามแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality)

 

อีซูซุ ในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทยเดินหน้าสนับสนุนนโยบายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของรัฐบาลไทย ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) ตั้งแต่อีซูซุได้ประกาศ อย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นปี 2567 อีซูซุได้ทุ่มเทกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ซับซ้อนและแตกต่างกัน ได้แก่

การเริ่มจำหน่ายรถ “อีซูซุ ดีแมคซ์ MHEV” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 โดยมีกลุ่มลูกค้าในหัวเมืองใหญ่ และ ลูกค้าองค์กรเป็นหลัก

การเริ่มส่งออกรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” จากฐานการผลิตจากประเทศไทยเป็นยี่ห้อแรกไปยังยุโรปเมื่อกลางปี 2568 และการเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2569 นี้

การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้า “อีซูซุ เอลฟ์ อีวี” (Isuzu Elf EV)

การทดลองโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการขนส่ง

การพัฒนาไบโอดีเซลเจเนอเรชันใหม่โดยร่วมมือกับกลุ่มปตท. ในการทดสอบการใช้งานจริงกับรถเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้รถ

มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ตลอด 69 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อีซูซุได้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ตามแนวคิด Isuzu Trusted Buddy” อีซูซุเคียงข้างคุณ…เคียงคู่ไทย เราเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาโดยตลอด ทั้งการตั้งโรงงานผลิตรถอีซูซุ 2 แห่งในประเทศไทยพร้อมทั้งการลงทุนต่างๆ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย การใช้ชิ้นส่วนในประเทศในระดับสูง การส่งออกรถปิกอัพจากฐานการผลิตในประเทศไทยไปมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นสินค้าเมดอินไทยแลนด์ที่มีคุณภาพสูง สร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล จนมีส่วนทำให้รถปิกอัพกลายเป็น “โปรดักแชมเปี้ยน” ของประเทศ สะท้อนจุดยืนในการสร้างคุณค่าทางสังคมของอีซูซุตลอดมา

นอกจากนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแล้ว อีซูซุยังสนับสนุนนโยบายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนที่รัฐได้ตั้งเป้าหมายไว้ในปี พ.ศ. 2593 (2050) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 (2065) ในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ระดับโลก อีซูซุจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ ซึ่งมีความแตกต่างจากรถประเภทอื่นๆ เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกัน อาทิ ความสามารถในการบรรทุก ความแข็งแกร่งทนทาน ประสิทธิภาพการขนส่ง เป็นต้น

จากความสำเร็จในการพัฒนารถปิกอัพยอดนิยมเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 / 3.0 Ddi MAXFORCE Euro 5 ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ว่า มีสมรรถนะสูง ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม แข็งแกร่งทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ในวันนี้ อีซูซุขอแนะนำ“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” รถปิกอัพพลังไฟฟ้า 100% เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าชาวไทย รถรุ่นนี้ถือเป็นรถปิกอัพไฟฟ้ายี่ห้อแรกจากฐานการผลิตไทยไปจำหน่ายยังตลาดยุโรป ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา การที่อีซูซุใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” เป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและการลงทุนที่สำคัญที่สุด ไม่เฉพาะเรื่องผลิตภัณฑ์เท่านั้น เรายังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย โดยได้เตรียมความพร้อมสำหรับ“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV”อีกด้วย โดยมีแพคเกจซ่อมบำรุงรักษาให้ลูกค้า ฟรีค่าบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

สามารถไปสัมผัสตัวจริงได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569

 

เราเชื่อมั่นในแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) อีซูซุนำเสนอทางเลือกของระบบขับเคลื่อนอันหลากหลาย ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละประเทศและภูมิภาค รวมถึงสภาพการใช้งานเฉพาะของพื้นที่นั้นๆ เรายังเชื่อมั่นว่า การใช้งานเพื่อการพาณิชย์นั้น รถปิกอัพเครื่องยนต์ดีเซล ยังคงเป็นรถที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในขณะที่รถประเภทอื่นๆ เช่น รถปิกอัพไฟฟ้า จะเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น สำหรับโครงการสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอื่นๆ ของอีซูซุนั้น กำลังดำเนินการตามแผนที่เคยประกาศไว้ ทั้งรถบรรทุก และน้ำมันทางเลือกใหม่ ซึ่งเราจะมาแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าเป็นระยะ”

นอกจากในประเทศไทยแล้ว อีซุซุยังมีการลงทุนในศูนย์พัฒนาและทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า “The EARTH Lab” ที่เมืองฟูจิซาวะ ประเทศญี่ปุ่น การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน การสร้างสนามทดสอบรถขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับที่สนามทดสอบรถอีซูซุ ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (ISUZU HOKKAIDO PROVING GROUND) รวมถึงการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับรุ่นใหม่ในรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์เพื่อนำมาใช้ในการทดสอบ ซึ่งได้ผ่านการวิ่งระยะทางรวมแล้วกว่า 150,000 กิโลเมตร ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น นับตั้งแต่เริ่มการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้ดำเนินการทดสอบการขับขี่อัตโนมัติเพื่อการใช้งานจริงเชิงธุรกิจบนถนนสาธารณะสำหรับเส้นทางโลจิสติกส์ของอีซูซุในประเทศญี่ปุ่นแล้วในต้นปีนี้ ตามแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality)...ตลอดระยะเวลา 69 ปี ของการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย อีซูซุไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาผ่านนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนตามที่ได้ตั้งไว้ ในฐานะนิติบุคคลที่ดีเสมอมาภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของอีซูซุในประเทศไทย “วิถีอีซูซุ” (Isuzu Spirit) - - ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”

รายละเอียดเพิ่มเติม

ความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ของอีซูซุในประเทศไทย ตามแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) ของอีซูซุ

 

รถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV”

“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” รถปิกอัพ 4 ประตูพลังไฟฟ้า 100% สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก ระบบขับเคลื่อนแบบ Dual Motor by E-Axle ช่วงล่าง De-dion พร้อมลีฟสปริงส์ ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้รถทั้งเพื่อการพาณิชย์และส่วนตัว โดยยังคงประสิทธิภาพที่ทนทานตามความคาดหวังของการใช้งานรถปิกอัพ แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA ของอีซูซุ คือ ความแข็งแกร่ง ทนทาน สำหรับลูกค้าประเภทองค์กรที่พร้อมมุ่งสู่นโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอนไปด้วยกัน

รายละเอียดตัวรถ

-De-Dion E-AXLE : โครงสร้างช่วงล่างที่แยกระบบขับเคลื่อนและการรับน้ำหนักออกจากกันสามารถบรรทุกหนักได้อย่างมั่นใจ ทนทาน ทุกสถานการณ์

-ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า Dual Motor มอเตอร์คู่

-กำลังรวมสูงสุด 190 แรงม้า (140 กิโลวัตต์ )

-แรงบิดรวมสูงสุด 325 นิวตัน-เมตร

-ระยะทาง 331 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

-ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 66.9 kWh

-Battery Guard : ปกป้องมั่นใจลุยได้ในทุกสถานการณ์

-Battery Cooling System : ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่เพื่อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยืดอายุการใช้งาน

-รองรับการชาร์จแบบ AC สูงสุดที่ 11 kW และแบบ DC สูงสุด 50 kw

-ลุยน้ำลึก 600 มิลลิเมตร

-พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electronic Power Steering)

-Regenerative Brake : สามารถปรับความหน่วงได้อย่างง่ายดาย 4 ระดับ

-ECO Mode : โหมดประหยัดพลังงาน

-กล้องรอบคัน 360 องศา พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ เพิ่มความแม่นยำในการขับขี่

-หน้าจอ MID ขนาด 7 นิ้ว

-ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS

ราคา 1,591,000 บาท (พร้อมแพ็กเกจเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร)

การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้า “อีซูซุ เอลฟ์ อีวี” (Isuzu Elf EV)

อีซูซุได้พัฒนารถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ภายใต้แนวคิด “Isuzu Modular Architecture and Component Standard : I-MACS” พร้อมการออกแบบ “Center Drive System EV” ซึ่งเป็นการออกแบบรถบรรทุกไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยให้ความสำคัญเรื่องความสะดวกสบายของลูกค้า ทั้งในด้านการใช้งาน การบรรทุกและตัวถัง และสามารถนำจุดแข็งของรถเครื่องยนต์ดีเซลมาประยุกต์ใช้กับรถบรรทุกไฟฟ้าได้ ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อมีนาคม 2566 และได้นำมาวิ่งทดสอบบนถนนสาธารณะในลักษณะการใช้งานจริงทางธุรกิจกับลูกค้าองค์กรในประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568

รายละเอียดตัวรถทดสอบ

-รถบรรทุก 6 ล้อ รุ่น NPR

-ระบบขับเคลื่อน : ขุมพลังไฟฟ้าแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ 4X2 (ขับเคลื่อน ล้อหลัง)

-ช่วงล่าง

ด้านหน้า : ช่วงล่างแบบอิสระ

ด้านหลัง : ช่วงล่างแบบแหนบ

-ระบบเบรก : ดิสก์เบรก หน้าและหลัง พร้อมเบรกมือไฟฟ้า และระบบ Auto Brake Hold

-ประเภทแบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออน

-ความจุแบตเตอรี่ : 5 ก้อน, 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง

-กำลังสูงสุด : 150 กิโลวัตต์ (204 แรงม้า)

-แรงบิดสูงสุด : 365 นิวตัน-เมตร

-ขนาดรถ : (ยาว) 6,098 มม. × (กว้าง) 2,035 มม. × (สูง) 2,214 มม

-ระยะต่อตัวถัง 4,415 มม.

-น้ำหนักรถเปล่า : 3.2 ตัน

-น้ำหนักรวมการบรรทุก : 7.5 ตัน

-การชาร์จ : รองรับมาตรฐานการชาร์จแบบ DC CHAdeMO และ AC Type 1 อีกทั้งมีระบบ Regenerative Braking ซึ่งสามารถชาร์จในระหว่างการเบรกกลับเข้าแบตเตอรี่และผู้ใช้งานสามารถเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้ อีซูซุได้เตรียมมาตรฐานการชาร์จที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศ เช่น เครื่องชาร์จ CCS2 ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา เพื่อรองรับการใช้งานในยุโรป เป็นต้น

-ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems)

 

การทดลองโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทย (Battery-swapping solution demonstration in Thailand)

หลังจากยื่นสมัครและได้รับการคัดเลือกในโครงการ “การร่วมสร้างสรรค์อนาคตของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา” (The Global South Future-Oriented Co-Creation Project) อันเป็นโครงการทดลองขนาดใหญ่ในอาเซียนของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม โดยมีแผนที่จะทดสอบในการใช้งานจริงกับลูกค้าองค์กร โดยคาดว่าจะสิ้นสุดภายในปีงบประมาณ 2570

การพัฒนาไบโอดีเซลเจเนอเรชันใหม่

หลังจากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด บริษัท มิตซูบิชิคอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาโครงการทดสอบรถยนต์กับพลังงานสะอาด เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และได้มีการทดสอบการใช้ HVO (Hydrogenated Vegetable Oil) หรือน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว เพื่อเป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์และใช้งานในเครื่องยนต์สันดาป และทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้าอีซูซุ วิ่งใช้งานจริง โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% ผ่านระบบบริหารจัดการพลังงาน ระบบชาร์จ และ EV อีโคซิสเต็มของ ปตท.ช่วงเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมาในเฟสแรกนั้น อีซูซุร่วมกับบริษัท มนต์ทรานสปอร์ต จำกัด บริษัทขนส่งชั้นนำของประเทศไทย ทดสอบการใช้น้ำมัน HVO 30% กับการใช้งานรถบรรทุก Isuzu ELF ตามการใช้งานจริง ผลการทดสอบสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้สูงสุด 30%

ขณะนี้การดำเนินการเฟสที่สองสำเร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น เพื่อลดคาร์บอนให้มากยิ่งขึ้น โดยอีซูซุใช้ทั้งน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล B20 ควบคู่กับการใช้ HVO 30% ในรถปิกอัพอีซูซุรุ่นล่าสุดมาตรฐานยูโร 5 ผ่านการใช้งานจริงเช่นเดิม วิ่งบนสภาพถนนทั้งในเมืองและต่างจังหวัด ผลการทดสอบชี้ว่าอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันไม่ต่างจากเดิม แต่สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้สูงสุด 50% ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการลด Carbon Footprint ให้โลกได้

Visitors: 6,575,297