รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบาย “หลักสูตร ป.ย.ป. 2569” พลิกโฉมไทยด้วย 3 โจทย์บูรณาการ

นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล  มอบหมายให้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศและมอบนโยบายแก่ผู้เข้าร่วม หลักสูตรพัฒนานักบริหารระดับสูง : ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (หลักสูตร ป.ย.ป.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เป็นผู้กล่าวรายงาน และเข้าร่วมการปฐมนิเทศ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าจาก 16 หน่วยงาน เข้าร่วมรับมอบนโยบายเพื่อวางรากฐานการพัฒนาต้นแบบนโยบายสำคัญ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ “ผู้นำแห่งอนาคตในยุค AI” โดยระบุว่าผู้นำที่แท้จริงต้องหลอมรวม HI (ปัญญาคน) เข้ากับ AI โดยใช้จุดแข็งด้านมโนธรรม ความรับผิดชอบ และวิสัยทัศน์ มากำหนดทิศทางของประเทศในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำแห่งอนาคตในยุค AI จะสร้างผู้นำที่ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบนำไปสู่เศรษฐกิจใหม่ (Nature Tech Nation) ซึ่งจะเปลี่ยนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจนวัตกรรมขั้นสูง (Deep Tech) ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และมุ่งสู่การฟื้นฟูทุนธรรมชาติ (Nature Positive) อันจะยกระดับทุนธรรมชาติสู่สินทรัพย์ทางนวัตกรรม ตั้งเป้าสร้าง 100 Nature Tech Startups ภายใน 5 ปี ผ่านกลไกมหาวิทยาลัยและสนามทดลองจริง (Living Lab) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ รองนายกรัฐมนตรีได้วาง 3 โจทย์บูรณาการหลัก ประกอบด้วย

1. การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต (Human Capital for Thailand’s Future)

2. การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial ntelligence: Al) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงอย่างรับผิดชอบ (Al Governance for Thailand)

3. การฟื้นฟูทุนธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพเพื่ออนาคตของประเทศ (Nature Positive Thailand)

ทั้งนี้ หลักสูตร ป.ย.ป. ในปีนี้มุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานข้ามหน่วยงาน (Synergy) เพื่อเปลี่ยน “แนวคิดเชิงนโยบาย” ให้เป็น “ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” อันจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน

Visitors: 7,770,560